Skip to main content

ไรขี้เรื้อนเปียก (Demodex Mites)

Spectra Gradient Banner
ปรสิตในหมา
Risk Factor ไรขี้เรื้อนเปียก (Demodex Mites) NexGard Spectra ใช้ NexGard Spectra

ไรขี้เรื้อนเปียก (Demodex Mites)

ไรขี้เรื้อกเปียก ทำให้สุนัขคันเกา ขนร่วง รู้จักไรขี้เรื้อนในสุนัข การป้องกัน และการรักษา

รู้จักไรขี้เรื้อนเปียกในสุนัข

ไรขี้เรื้อนเปียก ในน้องหมามีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Demodex canis เป็นสาเหตุของโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย บางคนอาจจะรู้จักกันในชื่อ “ไรขี้เรื้อนขุมขน” เพราะตามธรรมชาติไรขี้เรื้อนชนิดนี้จะอาศัยอยู่ในรูขุมขนบนตัวน้องหมาเป็นส่วนใหญ่ และพบได้บ้างที่ต่อมไขมันของผิวหนัง (sebaceous glands) โดยอาศัยอยู่ด้วยการกินเซลล์เนื้อเยื่อที่ตายแล้วของเยื่อบุรูขุมขนเป็นอาหาร 

ไรขี้เรื้อนเปียกจัดอยู่ในกลุ่มแมลงที่เป็นปรสิตภายนอก (Ectoparasite) มีขนาดเล็ก ลำตัวมีลักษณะเรียวยาว คล้ายตัวหนอน ตัวเต็มวัยจะมีขา 8 ขา เพศเมียจะมีขนาดความยาว 300 ไมโครเมตร ส่วนเพศผู้จะยาว 250 ไมโครเมตร

โดยแท้จริงแล้วไรขี้เรื้อนเปียกสามารถพบได้ปกติบนผิวหนังของสุนัข แต่ไรขี้เรื้อนจะไม่ก่อโรคทางคลินิกเนื่องจากมีปริมาณน้อย และสุนัขที่แข็งแรงจะมีภูมิคุ้มกันที่คอยทำหน้าที่ควบคุมจำนวนของไรขี้เรื้อนเปียก ดังนั้นหากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอจะทำให้ไรขี้เรื้อนเปียกสามารถเพิ่มจำนวนขึ้น และไชเข้าทำลายรูขุมขน ทำให้เกิดเป็นโรคไรขี้เรื้อนตามมาได้

น้องหมาติดไรขี้เรื้อนได้อย่างไร?

พบว่าไรขี้เรื้อนเปียกนั้นไม่ติดต่อผ่านการสัมผัสจากตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่ง แต่สามารถส่งต่อจากแม่ไปสู่ลูกในช่วงที่เลี้ยงลูกได้ 

ดังนั้นหากเราพบน้องหมาตัวอื่นที่เป็นขี้เรื้อนเปียก ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะติดมาถึงน้องหมาของเรา แต่ก็ควรระวังการสัมผัสกับเชื้อโรคบริเวณผิวหนังจากการติดเชื้อแทรกซ้อนแทน โดยไรขี้เรื้อนเปียกมักมีอาการในสุนัขที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันหรือร่างกายอ่อนแอ จนทำให้ไรขี้เรื้อนเปียกเพิ่มจำนวนบนผิวหนังจนแสดงอาการออกมา

อาการของหมาที่ติดไรขี้เรื้อนเปียก

อาการจะเกิดขึ้นเมื่อไรขี้เรื้อนเพิ่มจำนวนขึ้นมากจนชอนไชเข้าทำลายรูขุมขน ทำให้เกิดอาการขนร่วง ผิวหนังแดง คันและเกา มีเม็ดตุ่ม มีตุ่มหนอง ผิวหนังเยิ้มแฉะ มีแผลหลุม ผิวหนังอักเสบ มีเลือดออก มีกลิ่นตัว เกิดรูขุมขนอักเสบ (Folliculitis) ซึ่งเป็นลักษณะอาการของโรคไรขี้เรื้อนตามมา

ความรุนแรงของโรคไรขี้เรื้อนเปียกสามารถแบ่งเป็น 2 ระดับ ดังนี้

1. แบบเฉพาะที่ (Localized demodicosis) : พบได้บ่อยประมาณ 90% อาการไม่รุนแรง พบรอยโรค 1-5 ตำแหน่ง บริเวณแก้ม เหนือคิ้ว ขาหน้า โดยสุนัขแสดงอาการขนร่วง ผิวหนังแดง คันและเกา มีแผลอักเสบเป็นตุ่มแดงๆ เล็กๆ ซึ่งอาจหายได้เองหากสุนัขแข็งแรง และมีภูมิคุ้มกันดีพอ หรืออาจลุกลามจนกลายเป็นแบบกระจายทั่วตัว

 

2. แบบกระจายกระจายทั่วตัว (Generalized demodicosis) : พบได้น้อย มักเกิดขึ้นในสุนัขโตที่มีอายุมากกว่า 4 ปีขึ้นไป หรือในสุนัขที่มีภาวะของโรคอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ฮอร์โมนที่ผิดปกติหรืออยู่ระหว่างการใช้ผลิตภัณฑ์กดภูมิคุ้มกัน โดยจะพบรอยโรคมากกว่า 5 จุด สุนัขจะแสดงอาการของการอักเสบของผิวหนังรุนแรง ขนร่วง ตุ่มหนองแตกออก เป็นแผลคันเกา มีเลือดออก ผิวหนังมีลักษณะหนาตัวและมีสีคล้ำขึ้น พบได้ตั้งแต่ใบหน้า ลำตัว ขา และเท้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณอุ้งเท้าที่เกิดการบวม อักเสบ แดง มีตุ่มหนอง และทำให้สุนัขเจ็บปวดมากเวลาเดินหรือลงน้ำหนัก

ไรขี้เรื้อนเปียกในน้องหมา รักษาได้อย่างไร

การตรวจเช็กว่าน้องหมาเป็นโรคไรขี้เรื้อนเปียก จำเป็นต้องขูดหาตัวไรขี้เรื้อนจากผิวหนังด้วยใบมีดจนมีเลือดออกซิบ ๆ เนื่องจากไรเหล่านี้ อาศัยอยู่ในรูขุมขนที่ลึกลงไป หากขูดไม่ลึกพอก็จะไม่สามารถเจอตัวไรขี้เรื้อนได้ หากพบว่าน้องหมามีไรขี้เรื้อนเปียกก็ไม่ต้องกังวล เพราะไม่ติดมาสู่คน เพียงทำความสะอาดตามปกติ และใช้ผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำจากสัตวแพทย์ รวมถึงดูแลสุขภาพน้องหมาให้ดี น้องหมาก็จะกลับมาหายเป็นปกติ ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่สามารถเข้าไปควบคุมจำนวนไรขี้เรื้อนเปียกให้กลับมาอยู่ในสภาวะที่พบในสุนัขปกติ หรือลดลงมาในจำนวนที่ร่างกายสามารถควบคุมได้ 

สิ่งสำคัญคือเมื่อพบว่าสุนัขของเรามีอาการคล้ายเป็นขี้เรื้อนเปียกควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง ไม่ควรรักษาเองด้วยวิธีรักษาโรคเรื้อนสุนัขแบบบ้าน ๆ อย่างเช่น การใช้ขมิ้นหรือยาม่วงทาตามตัวเพราะนอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว อาจจะทำให้สุนัขอาการแย่ลงอีกด้วย การตรวจรักษาโรคไรขี้เรื้อนเปียกกับสัตวแพทย์จะช่วยให้วางแผนการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสมและตรงจุด ทำให้หายได้ไวกลับมามีผิวหนัง และสุขภาพขนดีตามเดิม

ไรขี้เรื้อนเปียกป้องกันได้

การป้องกันไรขี้เรื้อนเปียกทำได้ง่าย ๆ แค่เลือกโปรแกรมป้องกันที่ครบกว่าที่สามารถครอบคลุมทั้ง การกำจัดเห็บ หมัดสุนัข ไรขี้เรื้อนเปียก ไรขี้เรื้อนแห้ง พยาธิหนอนหัวใจ และพยาธิร้ายอื่นๆ เช่น พยาธิปากขอ พยาธิแส้ม้า เป็นประจำทุกเดือนตามที่สัตวแพทย์แนะนำ และพาไปพบสัตวแพทย์เป็นประจำสม่ำเสมอใกล้บ้านเพื่อดูแลสุนัขให้มีสุขภาพดีแข็งแรง ให้อาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และไม่พยายามทำให้สุนัขเกิดความเครียด เพียงเท่านี้ก็หมดห่วงเรื่องปัญหาไรขี้เรื้อนเปียกได้แล้ว เพราะหากสุนัขอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันลดลง เชื้อไรขี้เรื้อนที่ไม่แสดงอาการอาจจะเพิ่มจำนวนและทำให้เกิดโรคได้

ปกป้องน้องให้ครบกว่าทุกการป้องกัน ทั้งเห็บ หมัด ไร พยาธิหนอนหัวใจ และพยาธิร้ายอื่น ๆ ด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิตที่ครบกว่าที่สัตวแพทย์แนะนำ

คำถามที่พบบ่อย

NEXGARD SPECTRA

NEXGARD SPECTRA การป้องกันปรสิต เห็บ หมัด ไร พยาธิหนอนหัวใจ และพยาธิภายใน ที่เจ้าของสุนัขเลือกใช้มากที่สุด